Hits: 1918

จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ประมาณ 5,370 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำ ผืนดินมีความชุ่มน้ำเอื้อต่อการทำเกษตรกรรม ทำนาปลูกข้าว สวนผลไม้ และไร่อ้อย มีลำน้ำบางปะกง เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงผู้คนตลอดลำน้ำ ทำให้ฉะเชิงเทราเป็นเมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีกุ้งปลา ในนามีข้าวเขียวขจี มีภูเขาบ้าง แบบไม่สูงมากนัก มีพื้นที่เพียงเล็กน้อยทางทิศใต้ที่ติดทะเล เป็นบริเวณปากอ่าวที่แม่น้ำบางปะกงไหลออกสู่อ่าวไทย ป่าไม้ก็มีในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ส่วนที่เป็นป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ
พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีแม่น้ำบางปะกง เป็นแม่น้ำสายหลักสายใหญ่พาดผ่านกลางจังหวัด แม่น้ำสายนำคัญนี้ไหลลงมาจากทางตอนบน เมื่อมาถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เป็นเขตที่ราบต่ำมาก ทำให้อัตราการไหลของน้ำลดลง จนน้ำเปลี่ยนทิศทาง เกิดเป็นลำน้ำที่มีความคดเคี้ยวมาก เมื่อลำน้ำผ่านตัวเมืองแล้ว ไหลออกอ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง นอกจากนี้ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังมีคูคลองมากมายหลายสาย ทั้งคลองธรรมชาติ และคลองที่ขุดขึ้น จึงทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเขตเศรษฐกิจทางเกษตรกรรม แหล่งผลิตข้าว ผลไม้ ยางพารา และพืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิด

พื้นที่ปากแม่น้ำ
จังหวัดฉะเชิงเทรามีอำเภอที่ติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เพียงอำเภอเดียว คือ อำเภอบางปะกง โดยมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลประมาณ 12 กิโลเมตร ด้านหนึ่งติดกับชายฝั่งของจังหวัดสมุทรปราการ และอีกฝั่งติดกับจังหวัดชลบุรี

ที่ราบสูง เทือกเขา และป่าไม้
ส่วนที่เป็นพื้นที่สูง เทือกเขา และป่าไม้ ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด เช่น ในตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบ เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่เป็นป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ระยอง และชลบุรี

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มี 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม แม้แต่ในแม่น้ำบางปะกงเอง ยามหน้าแล้ง น้ำจืดทางตอนบนน้อย ทำให้เกิดภาวะน้ำเค็มหนุนเข้ามาในแม่น้ำเยอะ จนเคยเกิดปัญหาน้ำในแม่น้ำเค็มจัดมาแล้ว สำหรับแม่น้ำ และลำคลองที่สำคัญในจังหวัด ได้แก่

2. คลองท่าลาด
เป็นคลองที่มาจากอ่างเก็บน้ำคลองระบม ในอำเภอสนามชัยเขต กับอ่างเก็บน้ำสียัด ในอำเภอท่าตะเกียบ ไหลผ่านอำเภอราชสาส์น และอำเภอพนมสารคาม จนมารวมกับแม่น้ำบางปะกงที่ตำบลปากน้ำ บริเวณอนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในอำเภอบางคล้า ซึ่งชาวบ้านมักเรียกบริเวณนี้ว่า “ปากน้ำโจ้โล้”
1. แม่น้ำบางปะกง
เป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของภาคตะวันออก มีแหล่งต้นน้ำมาจากเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาจันทบุรี กลายมาเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี และมาบรรจบกับ แม่น้ำนครนายก ที่มาจากเขาใหญ่ แม่น้ำสองสายนี้ไหลมารวมกันที่บริเวณ “ปากน้ำโยธะกา” อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จากนั้นลำน้ำได้ไหลผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา และลงสู่ทะเลอ่าวไทย เป็นช่วงที่ลำน้ำแบ่งเขตรอยต่อตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง กับตำบลหนองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ความยาวของแม่น้ำบางปะกงจากปากน้ำโยธะกา จนกระทั่งออกอ่าวไทยมีความยาวประมาณ 122 กิโลเมตร

แม่น้ำบางปะกง เป็นแม่น้ำที่มีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มผสมกัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีระบบนิเวศน์เฉพาะตัว เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด รวมถึงมีโลมาอิรวดี ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำด้วย

3. คลองแสนแสบ
เป็นคลองขุดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานเกือบ 180 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2380 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงดำริให้ขุดคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา กับแม่น้ำบางปะกง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการส่งกำลังทหาร เสบียงอาหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ในการรบ ครั้งที่ไทยเคยมี “สงครามอานามสยามยุทธ” กับญวน (เวียดนาม) การขุดคลองแสนแสบได้เกณฑ์ชาวมลายู (ปัตตานี) ญวน และชาวจีนรับจ้าง มาทำการขุด มีระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร โดยเริ่มจากชุมชนบ้านครัว ในเขตปทุมวัน (ย่านประตูน้ำ) ผ่านบางกะปิ หัวหมาก มีนบุรี หนองจอก และไปบรรจบกับแม่น้ำบางประกงตรงวัดปากคลองบางขนาก ตำบลบางขนาก อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา (ช่วงปลายคลองแสนแสบ มักเรียกว่า “คลองบางขนาก”)

ส่วนชื่อคลอง “แสนแสบ” นั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีที่มาอย่างไร สันนิษฐานว่า เป็นการเรียกตามความรู้สึกของชุมชนในระแวกนั้น จากบันทึกของนักสำรวจชาวอังกฤษกล่าวถึงคลองแสนแสบว่า เป็นคลองที่ตัดผ่านทุ่งราบในชนบท และป่าจากที่ขึ้นอยู่ตามริมลำน้ำ คนพื้นเมืองในขณะนั้นมักต้องใช้มือข้างหนึ่งคอยปัดยุงอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีข้อสันนิฐานหนึ่งกล่าวว่า ชื่อคลองแสนแสบนั้น อาจมาจากความแสบคันของชาวบ้านที่โดนยุงกัดจนแสบไปหมดก็ได้ นอกจากนี้บ้างก็ว่า คำว่าแสนแสบ เป็นภาษามลายู มาจากคำว่า “สุไหง เซนแญป” ที่แปลว่าคลองที่เงียบสงบ เพราะคนที่ขุดคลองแสนแสบส่วนใหญ่จะเป็นชาวมลายู ปัตตานี เคยอยู่ริมชายฝั่งที่มีเสียงคลื่น เมื่อต้องมาขุดคลองริมทุ่ง ทำให้รู้สึกว่าเงียบกว่าริมทะเล
4. คลองนครเนื่องเขต
เป็นคลองที่เริ่มขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2419 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่เห็นว่าคลองแสนแสบที่ขุดไว้เดิมนั้น หากใช้เป็นเส้นทางคมนาคม ก็ยังคงมีระยะทางไกลจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา จึงทรงรับสั่งให้ขุดคลองนครเนื่องเขตแยกจากคลองแสนแสบในเขตหนองจอก ลงมาทางใต้ ผ่านเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทราตรงคลองหลวงแพ่ง ยาวจนไปเชื่อมต่อกับคลองท่าไข่ ที่เป็นจุดที่ไหลออกไปยังแม่น้ำบางปะกง (ตรงแถวสะพานวรรณยิ่ง) ในอำเภอเมือง มีระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร

คลองนครเนื่องเขต ในปัจจุบันเป็นคลองที่ขนานกับถนนสุวินทวงศ์ที่ตัดขึ้นภายหลัง คำว่า “นครเนื่องเขต” นั้น มีความหมายว่า สุดเขตพระนคร ผู้ที่อาศัยอยู่ริมคลองมีทั้งชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน ใช้ลำคลองเป็นเส้นทางการค้าขาย ทางคมนาคม เป็นแหล่งน้ำให้ชาวบ้านได้ใช้ในการทำเกษตรกรรม และช่วยเป็นเส้นทางระบายน้ำในช่วงหน้าฝน บนลำคลองสายนี้ยังมี “ตลาดโบราณนครเนื่องเขต” เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกด้วย


5. คลองประเวศบุรีรมย์
เป็นคลองที่เริ่มขุดในช่วงปี พ.ศ.2421-2423 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงรับสั่งมอบหมายให้เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) เป็นผู้ดูแลการขุดคลองจากคลองพระโขนง ไปเชื่อมต่อกับแม่น้ำบางปะกง โดยพระองค์ทรงพระราชทานเงินจากพระคลังส่วนหนึ่ง และทรงให้ราษฎรช่วยออกค่าขุดคลอง โดยแลกกับการจับจองที่ดินบริเวณริมคลองแทน
คลองประเวศบุรีรมย์ เป็นคลองที่ขุดขึ้นตามแนวตะวันออก-ตะวันตก ต่อมามีถนนลาดกระบัง ตัดคู่ขนานกับลำคลองจนเข้าเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ตรงที่ตัดกับคลองหลวงแพ่ง คลองประเวศบุรีรมย์ขนานไปกับถนนสายเทพราช-ลาดกระบัง จนบรรจบกับแม่น้ำบางปะกงที่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
6. คลองหลวงแพ่ง
เป็นคลองขุดในแนวทิศเหนือ-ทิศใต้ เชื่อมจากคลองนครเนื่องเขต ลงมายังคลองประเวศบุรีรมย์ ใช้ชื่อตาม “หลวงแพ่ง” ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการดูแลในการขุดคลอง เดิมบริเวณนี้อยู่ในแขวงมีนบุรี หรือบริเวณที่เรียกว่าทุ่งแสนแสบ ปัจจุบันคลองหลวงแพ่ง ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร กับจังหวัดฉะเชิงเทรา ในบริเวณที่คลองหลวงแพ่งมาบรรจบกับคลองประเวศฯ นี้ ยังคงมีชุมชนเก่าแก่ ที่เคยเป็นตลาดทางน้ำ และศูนย์กลางค้าขายที่คึกคัก ก่อนที่การคมนาคม จะเปลี่ยนมาใช้ถนนลาดกระบัง แนวถนนลาดกระบังในช่วงนี้ จึงพลอยถูกเรียกกันว่า “ถนนหลวงแพ่ง*” ไปด้วย

* ถนนหลวงแพ่ง อยู่ในเขตลาดกระบัง มีระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร นับตั้งแต่ ช่วงสะพานข้ามคลองหัวตะเข้ จนถึงสะพานข้ามคลองกาหลง ซึ่งเป็นจุดที่เข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา และเรียกถนนช่วงถัดไปว่า “ถนนเทพราช-ลาดกระบัง”
7. คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต**
เป็นคลองที่ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2430 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่พระองค์เจ้าไชยานุชิต ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลด้านการขุดคลองของกรมชลประทาน และได้ดำเนินการขุดคลองเชื่อมต่อคลองในแนวเหนือ-ใต้ เชื่อมระหว่างคลองแสนแสบ ลงมาต่อกับคลองเนื่องเขต และคลองประเวศบุรีรมย์ จนไปเชื่อมต่อกับคลองสำโรง ที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ชาวบ้านมักจะเรียกสั้นๆ ว่า “คลองเจ้า” เป็นคลองขนาดกว้าง 40-60 เมตร ช่วยในการระบายน้ำทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

** พระองค์เจ้าไชยานุชิต หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพงศาดิศรมหิป เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 55 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จากเจ้าจอมมารดาเที่ยง พระองค์ทรงรับราชการในกรมชลประทาน อำนวยการขุดคลอง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ คลองเจ้า คลอง 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20 และคลอง 21

 

Hits: 1918